ข้อควรรู้สำหรับคนที่ต้องการขายรถมือสอง

ขายรถมือสอง

ขายรถมือสองยังไงให้ได้ไวและได้ราคาดี ???

                   รถยนต์เมื่อใช้ไปถึงจุดจุดหนึ่ง เจ้าของก็อาจมีความรู้สึกอยากขาย อยากเปลี่ยนไปใช้รุ่นอื่นที่สมรรถนะเหมาะกับการใช้งานมากกว่า บางคนเมื่อคิดจะเปลี่ยนรถก็จำเป็นต้องขายรถคันที่มีอยู่ก่อนเพื่อไปสมทบทุนซื้อรถคันใหม่ การขายรถบางทีก็ต้องทำใจ เพราะรถบางรุ่นบางยี่ห้อก็ขายง่ายได้ราคา ไปที่ไหนก็มีผู้คนสนใจ แต่บางรุ่นบางยี่ห้อ อย่าว่าแต่ขายให้ได้ราคาเลย แค่ขอเพียงให้ขายได้ก็สมควรตั้งโต๊ะเลี้ยงฉลองกันแล้ว ดังนั้นบางทีก็ต้องทำใจกันบ้าง อย่างไรก็ตามก็พอจะมีวิธีการเตรียมรถและขายรถให้ได้ราคาและขายได้ง่ายกว่าเดิมอยู่เหมือนกัน

1. เตรียมรถที่คุณจะขายให้ดูดี

ก่อนที่จะนำรถยนต์ออกขาย ควรมีการปรับปรุงสภาพของตัวรถกันบ้างพอประมาณ แม้จะเป็นการเสียเวลา ยุ่งยาก รวมทั้งมีค่าใช้จ่ายบ้าง แต่จะเป็นการช่วยดึงดูดสร้างความสนใจแก่ผู้ซื้อได้เพิ่มขึ้นกว่าปกติ ช่วยให้ผู้ซื้อต่อรองน้อยลง และช่วยให้รถสามารถขายได้ง่ายและเร็วขึ้น อย่างแรกที่ต้องทำคือทำความสะอาดรถทั้งคันไม่ว่าจะเป็นตัวถังภายนอกของรถ ภายในห้องโดยสาร หรือแม้แต่ภายในห้องเครื่องก็ตาม ยิ่งมีการขัดเงาสีรถให้แวววาวสดใส ก็เป็นสิ่งเรียกร้องความสนใจให้มากยิ่งขึ้น ยางติดรถก็ให้อยู่ในสภาพที่ดีซักหน่อย ถ้าดอกยางหาไม่ค่อยเจอหรือสึกไม่เรียบกินเป็นแถบก็ควรเปลี่ยนใหม่ อาจจะซื้อยางที่เขาถอดออกจากรถใหม่เอามาเทิร์นตามร้านขายยาง ซึ่งมีราคาไม่แพงเท่าไหร่มาใส่แทน พวกสิ่งของต่าง ๆ ภายในรถควรจะเก็บให้เรียบร้อย ถ้ามีสิ่งใดชำรุด ฉีกขาด เกิดการเสียหาย อุปกรณ์ไม่ครบถ้วน ใช้งานไม่ได้ ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรือมีค่าใช้จ่าสูงเกินไปนัก ก็นำจะซ่อมแซมหรือเปลี่ยน พวกเครื่องยนต์และสวนประกอบต่าง ๆ ก็เช่นกัน ควรมีการปรับสภาพกันหน่อย จัดการเปลี่ยนพวกหัวเทียน เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ทำความสะอาดไส้กรองอากาศ เติมน้ำกลั่นแบตเตอรี่ ระดับน้ำมันคลัทช์น้ำมันเบรก และถ้าน้ำในหม้อน้ำเป็นสนิมก็ควรถ่ายล้างทำความสะอาดด้วย รวมทั้งถ้ามีเสียงวาล์วดัง สายพานดัง ก็น่าจะแก้ไขปรับตั้ง หรือแอร์ไม่ค่อยเย็นก็นำรถไปเติมน้ำยาแอร์เพิ่ม เวลาใครเขามาดูรถจะได้สตาร์ทเครื่องโชว์กันง่ายหน่อย

2. ตั้งราคาตามความประสงค์

การตั้งราคาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่ทำให้รถขายง่ายหรือขายยาก ซึ่งส่วนใหญ่เจ้าของรถก็อยากขายได้ราคาดี แต่ก็เสี่ยงกับการขายยากหรือใช้เวลานานกว่าจะขายได้ เพราะเมื่อราคาสูงมากจนเกินไปผู้สนใจย่อมมีน้อยลง แต่ถ้าไม่รีบร้อนก็สามารถตั้งราคาไว้สูงหน่อยก่อนก็ได้ แต่ถ้ารีบขายไม่อยากเก็บเอาไว้ ก็ตั้งราคาเอาไว้ต่ำหน่อย เพราะรถราคาถูกจะสร้างความสนใจได้เยอะ

ราคารถที่จะตั้งขายนั้นให้ตรวจสอบจาก ราคาขายของรถปีเดียวกันรุ่นเดียวกัน ที่มีลงประกาศขายตามหน้าหนังสือพิมพ์ หนังสือประเภทขายรถโดยเฉพาะ หรือที่ประกาศขายรถตามเว็บต่าง ๆ พอได้ราคามาแล้วก็ให้ประเมินเฉลี่ยพอเหมาะพอควรสมกับสภาพและอุปกรณ์ติดรถ ยอมรับว่าใครก็อยากขายได้ราคาดี แต่ถ้าสูงเกินไปก็จะทำให้คนซื้อขาดความสนใจ อย่าตั้งราคาเผื่อการต่อรองให้มันมากเกินไป และก็ไม่ตั้งราคาจนต่อรองกันไม่ได้เลย ตามประสาคนซื้อถึงแม้จะตั้งราคาถูกซักเท่าไหร่ ก็ต้องขอต่อรองลดราคาลงมาอยู่ดีนั่นแหละ อย่าลืมว่าในการขายรถใช้แล้วนั้น ตามธรรมเนียมผู้ขายจะต้องเป็นผู้ออกค่าโอนหากไม่มีการตกลงเป็นอื่น อย่างเช่น ขายให้ในราคานี้ที่ถูกลงมา แต่ผู้ซื้อเป็นฝ่ายออกค่าโอนเอง และถ้ามีรายการต่อภาษีป้ายวงกลม อันนี้ผู้ซื้อจะต้องเป็นผู้ออก เพราะถือว่าเป็นผู้ใช้รถต่อไป

3. กระบวนการขายรถ

วิธีขายรถง่ายที่สุดและสะดวกที่สุด คือการขับรถเข้าไปตามร้านหรือเต็นท์ขายรถมือสอง ซึ่งจะมีบริการรับซื้อรถด้วยเพื่อนำมาขายต่อ แน่นอนว่าเขาซื้อเพื่อนำไปขายทำกำไร ดังนั้นย่อมซื้อรถในราคาต่ำเป็นธรรมดา ไม่งั้นเขาจะเอารายได้ไปกินข้าว เสียภาษี จ่ายค่าเช่า ค่าจ้างพนักงาน มาจากไหน แต่ก็เหมาะกับพวกใจร้อน ที่ไม่ชอบมากเรื่อง ซึ่งก็ควรเลือกดูให้ดีแล้วกัน เพราะในวงการคนขายรถใช้แล้วมีลูกเล่นมากมาย ขนาดคนในวงการเดียวกันยังโดนเลย มีอยู่ไม่น้อยที่ขายรถแล้วไม่ได้สตางค์ ส่วนการขายรถบางทีก็อาจจะยอมเสียเวลาขับรถตระเวนให้เขาตีราคาหลาย ๆ แห่ง เพื่อเลือกเอาร้านที่เขาตีราคาให้สูงสุด ซึ่งบางแห่งเขาอาจมีลูกค้าสั่งจองรถรุ่นเดียวกันกับรถที่เราเอาไปขาย แบบนี้เขามักจะสู้ราคาสูงกว่าปกติ ด้วยถือว่าขายง่ายขายเร็วไม่ต้องเสียดอกเบี้ย โดยเฉพาะถ้ารถเรา (แต่งไว้จน) อยู่ในสภาพที่ดีแล้ว เขาไม่ต้องลงทุนเพิ่มมาก ก็สามารถให้ราคาสูงเพิ่มขึ้นอีกหน่อยได้

วิธีที่นิยมไม่น้อยไปกว่าการขับรถเข้าไปตามร้านหรือเต็นท์ขายรถมือสอง คือการประกาศขายรถ ซึ่งก็มีอยู่หลายทางด้วยกัน และไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย โดยการเขียนประกาศขายรถใส่กระดาษพร้อมเบอร์โทรศัพท์แปะไว้ที่กระจกรถ ให้ชาวบ้านเห็นเวลาจับรถไปไหนมาไหน หรือบางทีก็ทำเป็นป้ายวางไว้บนหลังคารถแล้วจอดตามข้างถนน วิธีนี้ก็ฮิตไม่น้อยเหมือนกัน

แต่ที่เห็นใช้กันมากที่สุดคือการลงประกาศแจ้งขายรถมือสอง ตามหน้าหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ทั้งที่เป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ บางทีก็ลงประกาศตามหน้าหนังสือที่ลงเรื่องการขายรถมือสองโดยเฉพาะซึ่งค่อนข้างจะตรงเป้า และเท่าที่เจอะเจอมาการลงแจ้งความแบบนี้จะได้ผลค่อนข้างดี แต่ก็มีเหมือนกันที่ไม่ได้เรื่อง คงเป็นเพราะตั้งราคาสูงทำให้ไม่ได้รับความสนใจ หรือเป็นรถยี่ห้อที่ผู้คนทั่วไปไม่ค่อยจะนิยม การลงประกาศขายรถ ที่สำคัญคือ รายละเอียดรถ รุ่นปี ควรลงราคาที่จะขายด้วย และก็เป็นราคาที่ไม่สูงจนเกินไปนัก ส่วนรถที่ยังติดผ่อนกับไฟแนนซ์อยู่ ก็บอกรายละเอียดว่าต้องการขายรถเป็นเงินดาวน์เท่าไหร่ แล้วยังติดผ่อนอยู่อีกกี่งวดต้องจ่ายกันงวดละกี่ละตังค์ เพื่อให้ผู้ซื้อไปพิจารณา และตัดสินเอาเอง นอกจากนี้ถ้าเป็นไปได้ควรลงจุดเด่นของรถเพื่อสร้างความสนใจแก่ผู้พบเห็นประกาศ เช่น เป็นรถใช้น้อย (เพราะมัวแต่จอดซ่อมอยู่ในอู่) สภาพดีไม่มีชนหนัก (ชนแต่ของเบา ๆ อย่างแมลงปอที่เกาะท้ายรถสิบล้อ)

มีอยู่สองประการที่อยากจะเตือนเอาไว้สำหรับการขายรถ อย่างแรก คือ การขายรถอย่าได้นำรถไปให้คนซื้อดูอย่างเด็ดขาด ถ้าเขาอยากดูรถให้มาดูที่เรา มันเป็นเรื่องของจิตวิทยา ถ้าเรานำรถไปให้เขาดูถึงที่หรือสถานที่อื่นซึ่งนัดหมายไปเจอกัน ก็เหมือนกับเป็นการเสนอที่อยากจะขายรถมาก และมันเป็นถิ่นของเขาหรือสถานที่ซึ่งเขากำหนด แบบนี้มักจะมีรายการต่อรองกันอย่างไม่ค่อยเกรงใจเท่าไหร่นัก บางทีก็ต่อรองราคาเหลือต่ำจนชวนโมโห ควรจะให้เขามาดูรถที่เราเป็นถิ่นของเราที่ทำให้พูดได้เข้มแข็งกว่า และการที่เขายอมเสียเวลาเดินทางมาดูรถ หมายความว่าเขาเป็นฝ่ายที่ต้องการ มีความอยากจะซื้อรถ เราจะเป็นต่อในเรื่องของการต่อรองราคา